วันจันทร์ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2557

ขับเคลื่อน PLC เทศบาลเมืองมหาสารคาม _๐๕ : เข้าพบผู้อำนวยการโรงเรียน_โรงเรียนเทศบาลบ้านค้อ

วันที่ ๑๖ ช่วงเช้า หลังจากไปเยี่ยมโรงเรียนเทศบาลสามัคคีวิทยา เรามาต่อที่การขอเข้าพบ ผอ.วีรศักดิ์ ดอนละคร ผู้อำนวยการโรงเรียนเทศบาลบ้านค้อ ผมเองเคยเจอท่านแล้วเมื่อครั้งทำโครงการบ้านวิทยาศาสตร์น้อยรุ่นแรก ทันทีที่คุยกับท่าน ผมเห็นถึงความเหมือนกันของแนวคิดและอุดมการณ์ เมื่อสอบถาม จึงทราบว่า ท่านได้เรียนรู้จิตตปัญญาศึกษา กับกลุ่มอาจารย์ใหญ่ วิสิฐ วังวิญญู เมื่อครั้งท่านมาช่วยเทศบาลเมืองขอนแก่น ผอ.วีรศักดิ์จึงเป็นผู้รู้ ผู้แก้ปัญหาจริงในสนามจริง โดยใช้แนวทาง "จิตตปัญญาศึกษา" เป็นเครื่องมือ ผมจึงยกท่านไว้เป็นครู ในเรื่องนี้


ผอ.วีรศักดิ์ มีความเห็นว่า โครงการใดๆ ก็แล้วแต่เหมือนไฟไหม้ฟาง มาแล้วก็ไป ไม่มีทางก่อให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนได้ ตราบใดที่ยังเข้าไม่ถึง "ใจครู"  หากครูมีจิตสำนึก การออกแบบการเรียนการสอนให้นักเรียนเป็นอย่างไรนั้น ครูทำได้อยู่แล้ว  ท่านบอกว่ากว่าสองปีที่ท่านมาทำงานที่โรงเรียนนี้ เพื่อนครูกว่าครึ่งหนึ่งในโรงเรียนเริ่มเข้าใจ และเปลี่ยนแปลงจากภายในจริงๆ  หนึ่งในกระบวนคิดของท่านน่าสนใจยิ่ง ....

....หากครูระลึกแบบนี้ว่า เงินเดือนที่ครูรับในแต่ละเดือนนั้น เป็นเงินของแผ่นดิน เป็นเงินที่ได้สั่งสมสืบทอดมาตั้งแต่อดีตกาล พระมหากษัตริย์ทุกพระองค์ต้องสละชีวิตเลือดเนื้อ ต่อสู้ดินรน จนได้ผืนแผ่นดินไทยให้เราอยู่กินดีมีสุขทุกวันนี้  เมื่อเรามีแผ่นดิน คนไทยทุกคนก็ช่วยกันทำมาหากิน หล่อเลี้ยงประเทศนี้ รายได้ที่มีก็เก็บเป็นภาษีมารวมกัน เมื่อมีเงินแล้วก็เอาเงินไปแปลง ไปสร้าง ไปจ้างคนมาทำอะไรๆ เพื่อส่วนรวม เพื่อประเทศ เพื่อให้แผ่นนี้มีอยู่ยืนยาว เป็นมรดกที่ทรงคุณค่าให้ลูกหลาน เหลน ลือ ลืบ ลืด ต่อไป ดังนั้นเงินเดือนของครู จึงเป็น "ค่าจ้าง" จาก "พระเจ้าแผ่นดิน" ใครก็ตามที่รับเงินนี้แล้ว ควรที่จะทำงานให้ "คุ้มค่า" เต็มตามศักยภาพ สติปัญญา ให้สมกับการเป็น "ข้าของแผ่นดิน"...

แม้จะฟังเพียงครั้งเดียว แต่ผม "จับความ" ได้แม่นยำไม่พลาดแน่ เพราะผมประทับใจกับกระบวนวิธีสร้างจิตสำนึกของท่านจริงๆ

โดยสรุป ท่าน ผอ.สุรศักดิ์ แน่วแน่และมั่นคงในการพัฒนาครูของท่าน นับเป็นเอกลักษณ์สำคัญของโรงเรียนแห่งนี้ ผมเองแม้จะไม่มีความสามารถมากนัก แต่จะใช้ทุกวิธีที่สามารถทำได้ ร่วมกับท่านเพื่อสร้างกระบวนการเรียนรู้เพื่อการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงให้เกิดขึ้นในโรงเรียนเทศบาลบ้านค้อให้จงได้







ขับเคลื่อน PLC เทศบาลเมืองมหาสารคาม _๐๔ : เข้าพบผู้อำนวยการโรงเรียน_โรงเรียนเทศบาลสามัคคีวิทยา

วันที่ ๑๖ กรกฎาคม ๒๕๕๗ ทีม CADL ขอเข้าพบ ผอ.วีระชัย โสภา ผู้อำนวยการโรงเรียนเทศบาลสามัคคีวิทยา จ.มหาสารคาม เพื่อเรียนรู้บริบทเบื้องต้นของโรงเรียน และนำเรียนแนวทางการดำเนินโครงการส่งเสริม "ชุมชนเรียนรู้ครูเพื่อศิษย์" หรือ "PLC เทศบาลเมืองมหาสารคาม"

เบื้องต้นเราสนทนากับรองผู้อำนวยการโรงเรียน รอง ผอ.รุ่งทิวา ธราวรรณ ก่อนที่ ผอ.วีระชัย โสภา จะกลับจากภารกิจสำคัญ และ ดร. กมล ตราชู ศึกษานิเทศก์ ตามมาสมทบภายหลัง วันนี้ท่านมาตรวจเยี่ยมที่โรงเรียนพอดี
 


จากการสนทนา จับความได้ว่า โรงเรียนเทศบาลสามัคคีวิทยา มีตัวอย่างที่่ดีหลายอย่าง สิ่งที่ผู้บริหารภูมิใจและให้ข้อมูลอย่างมั่นใจคือ การจัดการศึกษาระดับปฐมวัย







ท่านรองฯ ผอ. บอกว่า ที่นี่ครูส่วนใหญ่ มีประสบการณ์สูงมาก มีเทคนิคและวิธีการสอนดีๆ ที่น่าจะเผยแพร่ไปยังครูรุ่นน้องๆ ของเทศบาลได้เยอะ ...  เราพบว่าที่ท่านพูดไม่ได้เกินจริงเลย คงเป็นหน้าที่ของทีม CADL ของเรา ที่จะ "ถอดบทเรียน" เอาสิ่งดีๆ เหล่านั้นมาแบ่งปันใน PLC เทศบาลเมืองมหาสารคามต่อไป 

ท่าน ผอ. บอกว่า เห็นด้วยและยินดี ที่จะทดลองสร้าง PLC มาเป็นเครื่องมือในการพัฒนาด้านต่างๆ ของโรงเรียน ท่านแนะนำว่า ควรจะ "หยิบ" ปัญหาสักเรื่องหนึ่งมาเป็นประเด็นนำร่องก่อน เช่น เรื่อง ระเบียบวินัย หรือ ความสะอาด ว่าจะทำอย่างไรให้ยั่งยืน  โดยเฉพาะขยะที่โรงเรียนและนักเรียนไม่ได้ก่อขึ้น ซึ่งต้องใช้ความร่วมมือกับชุมชนผู้ปกครอง 

ด้านสิ่งแวดล้อมทางกายภาพ โรงเรียนมีอาคารหลังใหญ่ และจัดการสถานที่ไว้อย่างสะอาดเรียบร้อย จากการสอบถาม พบว่าโรงเรียนเทศบาลทั้งหมด ไม่มีปัญหาด้านการขาดแคลนงบประมาณ ปัญหาสำคัญคือ คุณภาพของนักเรียนก่อนเข้าเรียน ดังที่ได้เกริ่นไว้ในเมื่อครั้งไปเยี่ยมโรงเรียนเทศบาลบูรพาพิทยาคาร 





ดูรูปทั้งหมดที่นี่

ขับเคลื่อน PLC ที่ สพป.3 มหาสารคาม_18 : PLC MK3 แก้ปัญหาอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ (๒)

วันที่ ๔ สิงหาคม ๒๕๕๗ รถบัสมหาวิทยาลัยออกไปรับเพื่อนครูที่สำนักงาน สพป.มค.๓ ตั้งแต่เช้าตรู่ กิจกรรมวันนี้คือ ไปเรียนรู้กับครูตุ๋ม (ศิริลักษณ์ ชมภูคำ) ที่โรงเรียนบ้านหินลาด ต.ท่าสองคอน อ.เมือง จ.มหาสารคาม การเตรียมงานเป็นไปอย่างมีระบบ เราออกแบบกระบวนการอย่างเรียบง่าย เน้นการเรียนรู้อย่างเป็นกันเอง เพื่อให้ครูผู้เข้าร่วมโครงการได้  "ฟัง เห็นตัวอย่าง
  • กล่าวเปิดโดยผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านหินลาด 
  • ครูตุ๋มบรรยาย กระบวนการแก้ปัญหาอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ ด้วยกระบวนการ ๖ ขั้น 
  • พักเบรค
  • ครูตุ๋มสาธิตตัวอย่างการพัฒนานักเรียนพิเศษเรียนร่วม โดยใช้ นักเรียนจิตอาสา 
  • พักรับประทานอาหารเที่ยง
  • AAR 
ผลสะท้อน AAR จากครูทุกท่านที่มาร่วมงาน สรุปได้ตามแผนผังด้านล่างนี้









 



เรา AAR ว่า สองวันนี้ เราได้ทำความดีอย่างเต็มที่แล้ว เราตั้งใจและทำแผนไว้แล้ว ว่า เราจะดำเนินกิจกรรมต่อเนื่องในปีต่อไป
ข้อสังเกตที่น่าสนใจ
  • ครูมีวิธีการแก้ไขปัญหาของตนเอง และกำลังดำเนินการแก้ไขปัญหาอยู่แล้ว 
  • ครูเห็นด้วยและยกย่องในความสำเร็จและวิธีการของครูตุ๋ม
  • มีครูจำนวนหนึ่งเท่านั้นที่แสดงความมั่นใจว่า จะนำวิธีของครูตุ๋มไปใช้อย่างจริงจัง 
  • ครูทุกคนน่าจะเข้าใจกระบวนการของครูตุ๋มเป็นอย่างดี หลายท่านหยิบตัวอย่างชิ้นงานของเด็กๆ ไปด้วย
  • มีครูจำนวนหลายท่าน สะท้อนว่า น่าจะให้ครูที่รับผิดชอบเรื่องนี้โดยตรง ได้มาเข้าฝึกอบรมหลักสูตรนี้เอง จักได้นำไปประยุกต์ใช้ต่อได้
ครูและผู้อำนวยการโรงเรียน เสนอว่า ควรใช้งบประมาณที่มีในการจัดทำสื่อและขยายผลไปสู่ครูที่รับผิดชอบเรื่องนี้โดยตรง

วันเสาร์ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2557

ขับเคลื่อน PLC ที่ สพป.3 มหาสารคาม_17 : PLC MK3 แก้ปัญหาอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ (๑)

ปีที่แล้ว (๒๕๕๖) CADL ทำข้อตกลงกับ สพป.เขต ๓ มหาสารคาม และจัดกิจกรรมส่งเสริมการสร้าง PLC ระหว่างโรงเรียนกลุ่มเป้าหมาย ๑๔ แห่ง จนทำให้เรารับรู้ปัญหาเร่งด่วน สถานการณ์และวิธีแก้ปัญหาและรวมถึงกระบวนการต่างๆ ในโรงเรียน ดังที่ได้ "บันทึกการทำงาน" ไว้ในรายงานฉบับสมบูรณ์ (อ่านได้ที่นี่) อย่างไรก็ดี การสร้างชุมชนเรียนรู้ครูเพื่อศิษย์ หรือ PLC  ต้องใช้เวลานาน ต่อเนื่อง เราจึงได้วางแผนขับเคลื่อนต่อเนื่องโดยใช้แผนการปฏิบัติราชการประจำปี ๒๕๕๗ (และต่อเนื่องในปี ๒๕๕๘) ของสำนักศึกษาทั่วไป ตามนโยบายการสร้างเครือข่ายวิชาการกับหน่วยงานการศึกษาในพื้นที่

วันที่ ๓-๔ สิงหาคม ๒๕๕๗ เราเปิดวง "PLC MK 3" โดยตั้งเป้า "หัวปลา" ไปที่ "วิธีแก้ปัญหานักเรียนอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้" โดยเชิญ "ครู BP จาก PLC มหาสารคาม" ที่ประสบความสำเร็จในการแก้ปัญหาเรื่องนี้จนได้รับการยอมรับจากทั้งเพื่อนครูและศึกษานิเทศน์ คือ ครูตุ๋ม ศิริลักษณ์ ชมภูคำ (อ่านงานของท่านได้ที่นี่) และจัดให้มีการแลกเปลี่ยนระดมสมองกันก่อนในเรื่องดังกล่าว ๑ วัน ณ ห้องประชุมสำนักงานเขตพื้นที่ฯ  และตามไปศึกษาดูงาน ดูการสาธิตกระบวนการของครูตุ่มจริงๆ ที่โรงเรียนบ้านหินลาด อีก ๑ วัน

ผู้เข้าร่วมอบรมได้รับแจกเอกสารเผยแพร่เรื่อง  "ครู BP จาก PLC มหาสารคาม เล่ม ๑ : ครูศิริลักษณ์ ชมภูคำ" ท่านที่อ่านจบ น่าจะเข้าใจทันทีว่า ทำไมครูตุ๋มจึงได้รับเลือกจากเราให้เป็น ครู BP ที่นำมาเผยแพร่ขยายต่อในพื้นที่ต่อไป


กิจกรรมดำเนินไปแบบไม่เป็นทางการ ไม่มีพิธีเปิด ไม่มี "รูปแบบ" ใดให้เสียเวลา เริ่มที่การ "ตั้งสติ-ก่อนสตาร์ท" ด้วยกิจกรรม "นำสติ" เพื่อทบทวนเรื่องราวตั้งแต่เริ่มรู้จักกัน จนถึงสาเหตุและความเป็นมา ที่ทำให้เราทุกคนได้มานั่งรวมกันในวันนี้ ที่นี้ โดยมีเป้าหมายร่วมกันว่า เราจะมาว่ากันเรื่องปัญหาอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้" ต่อมาเป็นการเล่าเรื่อง "การแก้ปัญหาด้วยกระบวนการ ๖ ขั้น" ของครูตุ๋ม โดยผมรับหน้าที่จับประเด็น เน้นจุดเด่นให้ทุกคนได้เห็นและเรียนรู้จากครูตุ๋มไปพร้อมๆ กัน หลังเบรคเช้าเราแบ่งกลุ่มย่อยเป็นระดับชั้น เพื่อแบ่งปันแลกเปลี่ยนวิธีการแก้ปัญหาอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ของครูแต่ละคน แล้วพักรับประทานอาหารกลางวัน ก่อนจะกลับมานำเสนอกันทีละกลุ่ม









(ดูรูปทั้งหมดได้ที่นี่)

ผลการระดมสมองเพื่อแก้ไขปัญหาของครู แสดงดังภาพต่อไปนี้


















ข้อสังเกตจากผลการระดมสมองของครู


  • ครูแต่ละโรงเรียน กำลังแก้ไขปัญหาอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ด้วยตนเองอยู่แล้ว แต่ละคนก็จะมีวิธีการแก้ปัญหาของตนเอง สามารถจัดเป็น ๒ วิธีการหลักๆ ได้แก่ ๑) การสอนเสริมนอกเวลาเรียนปกติของนักเรียนกลุ่มเป้าหมาย และ ๒) การจัดการเรียนการสอนแยกต่างหากจากกลุ่มที่ไม่มีปัญหา
  • ผู้บริหารและครูเห็นร่วมกันว่า ครูประจำชั้นควรเป็นผู้รับผิดชอบดูแล เอาใจใส่ใกล้ชิด 
  • ครูแต่ละคนมีเทคนิคในการสอนแตกต่างกันไป เช่น 
    • นักเรียนที่ไม่ผ่านเกณฑ์จากทุกระดับชั้น มารวมกันเพื่อปรับพื้นฐาน
    • เขียนคำใต้ภาพ คำใกล้ตัว อ่านและเขียนตามบัตรคำ
    • ใช้บัตรคำ บัตรภาพ
    • ครูห้ามบอกนักเรียนล่วงหน้า
    • เขียนตามคำบอก (คำพื้นฐาน)
    • แยกเด็กเป็นกลุ่มๆ โดยการใช้คำศัพท์ในบทเรียนมาทดสอบ
    • ฝึกเขียนประโยคจากภาษาพูด (เขียนได้แสดงว่าอ่านได้)
    • แต่งประโยค แก้คำผิดโดยการเขียนคำใหม่หลายๆ ครั้ง
  • มีโรงเรียนที่ผู้อำนวยการโรงเรียนร่วมแก้ปัญหาด้วยตนเอง โดยใช้วิธีคัดกรองแยกกลุ่มเด็กที่มีปัญหา ออกเป็นชั้นเรียนพิเศษ สอนโดย ผอ. จนมีพัฒนาการที่พอใจ จึงให้กลับไปเรียนร่วมกับเพื่อน
  • มีครูใช้กระบวนการ "พี่สอนน้อง" หรือ "ใช้นักเรียนจิตอาสา" และจัดการคัดกรอง Pre-test -> Process -> Post-test อย่างเป็นระบบ...  น่าติดตามว่าได้ผลอย่างไร หรือไม่ ต่อไป 
  • ครูทั้งหมดหันกลับมาใช้วิธีการสอน สะกด แจกรูปคำ และใช้วิธีการ "ทำซ้ำ ย้ำ บ่อย ทวน" 
ข้อสังเกตสำคัญประการหนึ่งคือ ยังไม่มีระบบร่วมมือระหว่างโรงเรียนในการแก้ปัญหานี้อย่างจริงจัง กระบวนการที่ดำเนินอยู่มีต้นแหล่งมาจากครูหรือผู้อำนวยการฯ หรือ ตามนโยบายโรงเรียน ผ่านการติดตาม ประเมินผล และช่วยเหลือ จากสำนักงานเขตฯ โดยศึกษานิเทศน์





วันศุกร์ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2557

ขับเคลื่อน PLC เทศบาลเมืองมหาสารคาม _๐๓ : เข้าพบผู้อำนวยการโรงเรียน_โรงเรียนบูรพาวิทยาคาร

วันที่ ๑๕ ภาคบ่าย ทีม CADL เข้าพบท่าน ผอ.พงษ์ศักดิ์ อันปัญญา ผู้อำนนวยการโรงเรียนเทศบาลบูรพาพิทยคาร อ.เมือง จ.มหาสารคาม เพื่อหารือท่านเกี่ยวกับแนวทางการสร้่ง PLC เพื่อพัฒนาการเรียนรู้  เกือบชั่วโมงครึ่งที่ได้สนทนากับท่าน โดยเฉพาะตอนที่ได้พูดคุยกับท่านด้วยภาษาอีสานบ้านถิ่น ทำให้เราได้ข้อมูลและปัญหา ตลอดทั้งแนวทางจัดการศึกษาของเทศบาลเมืองแบบเจาะลึก ตรงไปตรงมา  ถือเป็นโจทย์ปัญหาวิจัยได้หลายหัวข้อทีเดียว บางส่วนที่น่าจะเป็นประโยชน์และสะท้อนถึงสถานการณ์จริงทางการศึกษา ขอนำมาบันทึกไว้ในบันทึกนี้


  • นักเรียนส่วนใหญ่ (ประมาณ ๘๐ เปอร์เซ็นต์) มาจากนอกเขตพื้นที่ให้บริการของเทศบาลเมืองมหาสาคาม นักเรียนที่อยู่ในเขตพื้นที่ส่วนใหญ่ไปเรียนในโรงเรียนขนาดใหญ่ (ที่ผู้ปกครองคิดว่าดีกว่า มีชื่อเสียงกว่า) .... แสดงว่า โรงเรียนสังกัดเทศบาลเมือง เป็นแหล่งรองรับค่านิยม "ส่งลูกเรียนในเมือง" ของผู้ปกครองที่พอจะมีศักยภาพในการส่งเสีย....
... ผมตีความจากเหตุการณ์นี้ และจากประสบการณ์ในการลงพื้นที่ๆ ผ่านมา ผ่านภาพต่อไปนี้ ....ท่านจะเห็นว่าอย่างไร...


  • โรงเรียนเทศบาลบูรพาพิทยาคาร เป็นหนึ่งในโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการ "โรงเรียนสุขภาวะ"  ดังที่เกริ่นไว้แล้ว ตอนที่เข้าพบ ผอ.ดารุณี โรงเรียนเทศบาลโพธิ์ศรี (ที่นี่) ดูเหมือนตอนนี้ ครูและผู้บริหารกำลังตั้งคำถามสำคัญว่า จะ "ลุยต่อ" หรือไม่ อย่างไร ให้บรรลุผลที่สุด.... ตอนลงไปทำวง PLC คงจะได้เห็นข้อดี ข้อเสีย มาเล่าให้ฟัง 
  • โรงเรียนได้นำกิจกรรม "จิตศึกษา" มาใช้ในคาบโฮมรูมอย่างจริงจัง ต่อเนื่อง โดยมีอาจารย์จากมหาวิทยาลัยมหาสารคาม มาเป็นกระบวนกรสาธิตด้วยในเบื้องต้น 
  • มีกิจกรรมส่งเสริมศิลปะและวัฒนธรรม ประเพณี หรือแม้แต่กิจกรรมพิธีทางสังคม ที่ทางเทศบาลเมืองจัดขึ้น และขอความร่วมมือให้ทางโรงเรียนนำตัวแทนนักเรียนเข้าร่วมบ่อยครั้ง... ซึ่งในมุมมองหนึ่ง ถือเป็นโอกาสในการเรียนรู้นอกสถานที่ ... แต่ในมุมมองหนึ่ง นักเรียนต้องหยุดกิจกรรมการเรียนในห้องเรียน

ผมสืบค้นพบคลิปวีดีโอที่บอกความเป็นมาของโรงเรียนไว้อย่างดี แม้จะไม่ใหม่ขนาดให้ข้อมูลปัจจุบัน แต่ก็ได้รู้ความเป็นมาของโรงเรียนได้อย่างดี






วันอาทิตย์ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2557

ขับเคลื่อน PLC เทศบาลเมืองมหาสารคาม _๐๒ : เข้าพบผู้อำนวยการโรงเรียน_โรงเรียนเทศบาลโพธิ์ศรี

วันที่ ๑๕ กรกฎาคม ๒๕๕๗ ทีมขับเคลื่อน PLC มหาสารคาม เข้าพบ ผอ.ดารุณี เดชยศดี ผู้อำนวยการโรงเรียนเทศบาลโพธิ์ศรี อ.เมือง จ.มหาสารคาม จากการสืบค้นทางอินเตอร์เน็ตพบว่า ท่านเคยทำวิจัยเกี่ยวกับการบริหารแผนกลยุทธของเทศบาลมาแล้ว (ดาวน์โหลดที่นี่)  ท่านบอกว่า ท่านเริ่มเข้ามาเป็นครูปี ๒๕๔๗ เคยเป็นรองผู้อำนวยการ (คงจะเป็นฝ่ายแผนฯหรือบริหาร) และย้ายเป็นผู้อำนวยการที่นี่เมื่อปีที่แล้ว (๒๕๕๖) แสดงว่า ท่านเป็นทั้ง ผอ.ใหม่ และเป็นทั้งบุคลากรใหม่ในโรงเรียนเทศบาลโพธิ์ศรี คือเพื่อนใหม่ต่อเพื่อครู คนใหม่ต่อผู้ปกครอง .... จึงไม่แปลกเลยที่ "เห็น" "แรงบันดาลใจ" และ "พลัง" ในการเรียนรู้และพัฒนาโรงเรียนตามกระบวนทัศน์ กระบวนการ และความเชื่อมั่นของท่าน ดังจะตีความต่อไปนี้ 





ผม "จับ" เอาประโยคต่างๆ มา "ตีความ" ในมุมมองของการค้นหา "วิธีคิด" (Mind Set) หรือ "กระบวนทัศน์" (paradigm) เห็นเป็นดังนี้ครับ
  • ท่านมีความเห็นว่า "ควรจะทำโรงเรียนให้เหมือนบ้าน"  ท่านบอกว่า เราไม่เคยเบื่อบ้าน เรามีความสุขเมื่อได้อยู่บ้าน ผ่อนคลาย อย่างจะหยิบจะจับอะไรก็หาได้ไม่ลำบาก หากเราสามารถทำให้นักเรียนรู้สึกว่า อยู่โรงเรียนนั้นผ่อนคลายได้เหมือนอยู่ที่บ้าน(ที่อบอุ่น) การสร้างการเรียนรู้อย่างมีความสุขจะเกิดขึ้น
  • ท่านเห็นด้วยกับโครงการ "โรงเรียนสุขภาวะ" ที่เน้นโรงเรียนเป็นสุข สิ่งแวดล้อมเป็นสุข ครัวเป็นสุข และชุมชนเป็นสุข (การสร้างเสริมสุขภาวะให้เกิดขึ้นในโรงเรียน ๖ ด้าน ได้แก่ 1.ความสามารถเชิงวิชาการ 2.มีทักษะชีวิต 3.มีทักษะสุขภาพ 4.มีคุณธรรม จริยธรรม 5. มีความเป็นประชาธิปไตย รู้หน้าที่พลเมืองและ 6.รู้สิทธิหน้าที่ปฏิบัติตน เคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และปฏิบัติต่อผู้อื่นอย่างเสมอภาค) ซึ่งท่านเคยขับเคลื่อนเมื่อครั้งยังเป็นรองผู้อำนวยการอยู่ที่โรงเรียนบูรพาวิทยาคาร แม้ท่านบอกว่าจะนำมาใช้เพียงบางส่วนที่เหมาะสมกับบริบทของชุมชนบำรุงราษฎร์ที่ผู้ปกครองค่อนข้างจะขัดสนดิ้นรนกับการอยู่ในเมือง
  • ผมเห็นท่าทีของท่านชัดเจนว่า กำลังจะขับเคลื่อนโรงเรียนในแนวทางของโรงเรียนวิถีพุทธ  และขับเคลื่อนเป็นสถานศึกษาพอเพียง และเห็นด้วยอย่างยิ่งกับการส่งเสริมและกระตุ้นให้ครูใช้การ "เล่าเรื่อง" หรือ "เรื่องเล่า" หรือ "นิทาน" มาใช้ในการสอน เพื่อส่งเสริมการ "ฟัง" "คิด" และกล้าแสดงออกด้านการ "พูด" ....  ผมรับปากท่านทันที เพราะทั้งสามเรื่องนี้ ผมคิดว่าผมช่วยได้ในระดับหนึ่ง 
  • บริบทของโพธิ์ศรีคล้ายโรงเรียนเทศบาลอื่นๆ คือ นักเรียนส่วนใหญ่มาจากนอกเมือง (๖๐:๔๐) แต่จะต่างไปตรงที่ นักเรียนที่อยู่ในเขตพื้นที่ส่วนใหญ่ผู้ปกครองอยู่ในชุมชนเมืองที่ต้องใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการค้าขายทำมาหากิน ไม่ค่อยมีเวลาสอนการบ้านลูกมากนัก
 วันที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๕๗ ที่ผ่านมา เราวางแผนกันว่า ผมจะเริ่มงาน "กระบวนกร" เพื่อสร้าง PLC ในโรงเรียนเทศบาลโพธิ์ศรีในทุกบ่ายวันอังคารที่ ๑๙ สิงหาคมนี้