วันจันทร์ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2559

ขับเคลื่อน PLC เทศบาลเมืองมหาสารคาม _๔๒ : PLC เทศบาลบ้านวิทย์น้อย โรงเรียนเทศบาลบ้านค้อ

วันที่ ๒๐ มกราคม ๒๕๕๙ CADL และทีม PLC เทศบาลบ้านวิทยาศาสตร์น้อย ยกทีมกันไปเยี่ยมการจัดการเรียนการสอนของโรงเรียนเทศบาลบ้านค้อ  ครูทุกโรงเรียนมากันอย่างพร้อมเพียงกัน ครบถ้วน และกระตือรือร้นมากในการมาเยี่ยมกัน  ...  ผมตีความว่า กลไกที่ทำให้เกิดความต่อเนื่องสำคัญ คือ อ.ศน.ไสว และ อ.ศน.จักรพงศ์ ที่ทั้งสองจะลงพื้นที่ ทั้ง "ชง ชวน เชียร์ ชม ช่วย" อย่างต่อเนื่อง (ตอกไขไก่ได้ไข่แดงฉันใด ใส่ใจนำก็ได้ใจทำฉันนั้น)

มรรคผลของความอดทนต่อเนื่องยาวนาน

หลังจากการเยี่ยมชม เรื่องที่ผมประทับใจที่สุดคือ พฤติกรรมนักเรียนที่เราใช้คำว่า "นิ่ง" หรือผมขอขยายต่อย่อนิดหนึ่งว่า "นิ่ง นั่ง ตั้งใจเรียน"  นั่นคือ "นิ่ง" หมายถึง การมีสมาธิในการร่วมทำกิจกรรมการทดลอง นั่งอยู่กับที่แม้ไม่มีกิจกรรมใด รู้จักฟังครูพูด พูดเมื่อครูถาม และถามเมื่อสงสัย ซึ่งภาษาที่เราใช้กันทั่วไปก็คือ "ตั้งใจเรียน" นั่นเอง

จากการสังเกต ผมที่ครูแทบจะไม่ต้องใช้กลยุทธ "หยุดเด็ก" หรือ "รวมเด็ก" ใดๆ เลย  ไม่มีคำปราม ห้าม หรือขู่ใดๆ จากครู และจำนวนของนักเรียนที่ "นิ่ง" ไม่ใช่เพียง "ส่วนใหญ่"  แต่ต้องบอกว่า ไม่มีนักเรียนคนใดตีรวนกวนเพื่อนคนอื่นเลย เว้นแต่เด็กเล็กเตรียมอนุบาล ซึ่งก็เป็นงานหลักของครูอยู่แล้วที่ต้องพัฒนาให้นักเรียน "นิ่ง" ต่อไป

จากการสอบถาม รอง ผอ. และครู ผมตีความว่า พฤติกรรมของนักเรียนที่เล่ามานี้ เป็นมรรคเป็นผลของการเอาใจใส่พัฒนานักเรียนชั้นปฐมวัยอย่างต่อเนื่องเป็นปี เป็นผลจากความอดทนต่อเนื่องยาวนาน ถือเป็น BP (Best Practice) ที่สำคัญของโรงเรียนเทศบาล ซึ่งควรมีการ "ถอดบทเรียน" เอาเคล็ดวีธีที่ดีมาเผยแพร่  เช่น (ทราบว่า) ทุกๆ สัปดาห์ อย่างน้อยต้องมี ๓ การทดลอง และ ทุกครั้งครูจะมาแลกเปลี่ยนถอดบทเรียนกันหลังกิจกรรม เป็นต้น










ลักษณะของการทดลองในโครงการบ้านวิทยาศาสตร์น้อย 

ข้อ ดีประการหนึ่งของการเยี่ยมกันแบบกัลยาณมิตรใน PLC คือ เหตุการ์ที่ "เราเห็น" กับเหตุการณ์ที่ "เราเป็น" นั้นเหมือนกัน ไม่มีการเตรียมรับการประเมินที่เกินจริง  ตัวอย่างเช่น  การนำกิจกรรมสิ่งประดิษฐ์มาทำในวันเยี่ยมวิทยาศาสตร์น้อย งานคหกรรม การทำอาหาร (ไอศครีม) หรือกิจกรรม "วิทยาศาสตร์โชว์" ที่ครูมุกดานำมาสอนที่โรงเรียนเทศบาลบ้านค้อ เป็นต้น

ใน ครั้งนี้ กิจกรรมบ้านวิทยาศาตร์น้อยของโรงเรียนเทศบาลบ้านค้อก็คล้ายกับโรงเรียนอื่น  ได้แก่ สีเต้นระบำ ความลับของสีดำ แต่จะมีกิจกรรมนำประดิษฐ์ ตุ๊กตาล้มลุกจากเปลือกไข่ไก่  กิจกรรมทดลองเชิงสาธิตแบบวิทยาศาสตร์โชว์ (Science Shows) เรื่อง ลูกโป่งมหัศจรรย์ และกิจกรรมทำอาหาร (ไอศครีม)

เริ่ม จะเป็นโจทย์ใหม่ว่า ทำไมครูจึงนำกิจกรรมที่ไม่อยู่ใน "กล่องบ้านวิทยาศาสตร์น้อย" มาทำกัน  ผมตั้งสมมติฐานไว้ ๒ ประการ คือ ๑)  ครูทำ "กิจกรรมในกล่อง" ที่รู้จักและทำได้หมดครบถ้วนแล้ว และ ๒) ครูไม่ได้เปิดกล่องศึกษาเพิ่มเติมด้วยตนเอง  และ ๓) ครูไม่มีอุปกรณ์ที่จะทำกิจกรรมในกล่อง   ....  คงต้องให้ผู้อำนวยการและเพื่อนครูช่วยสะท้อนให้รู้ว่า คำตอบคือข้อใด

แต่เบื้องต้นจากการสังเกตพบว่า  ครูมุกดา มีการวางแผนและจัดการเกี่ยวกับการทดลองบ้านวิทย์ฯ ไว้อย่างเป็นระบบ ดังภาพด้านล่าง


สะท้อนว่า โรงเรียนได้ทำการทดลองบ้านวิทยาศาสตร์น้อยอย่างต่อเนื่อง เป็นระบบ ซึ่งต่อไปจะสามารถพัฒนาเป็น "หลักสูตร" ของปฐมวัยของโรงเรียนหรือของเทศบาลเมืองฯ ต่อไป ...แสดงว่าสมมติฐานข้อ ๑) เป็นจริงครับ

ตัวอย่าง PLC "ชุมชนครู" ที่มี "การเรียนรู้" ร่วมกัน 

ผมสังเกตว่า การแลกเปลี่ยนเรียนรู้หลังจากเยี่ยมชมกิจกรรมการทดลองของโรงเรียนเทศบาล  เป็น PLc มากขึ้น ผ่อนคลายมากขึ้น คุณครูมีการตีความ สะท้อนผลการสังเกต มีการชื่นชมจุดเด่นของกันและกันมากขึ้น และที่สำคัญคือ มีความตั้งใจที่จะนำเอาสิ่งที่ได้มาเห็นมาเรียนรู้ ไปปรับใช้ในโรงเรียนของตนเอง

เช่น สิ่งที่ครูสะท้อนว่า จะนำไปใช้ในการสอนของตนเอง คือ ตัวกิจกรรม "ลูกโป่งมหัศจรรย์" และ "ถุงพลาสติกมหัศจรรย์"  (เสียดายที่ผมไม่ได้ถ่ายภาพวันนั้นมา เพราะต้องไปให้ครบทุกห้อง เลยต้องขอใช้ภาพจากอินเตอร์เน็ตนะครับ จากเว็บไซต์ "วิทย์พ่อโก้" http://witpoko.com/?p=41 ที่กำลังดังครับ) ที่ครูหลายท่านบอกว่า จะลองเอาไปใช้ดู  ...    หากครูเข้าไปศึกษาจากเว็บไซต์ "วิทย์พ่อโก้" แล้วนำมาทดลองใช้ จะทำให้การทดลองในโรงเรียนหลากหลายขึ้นเยอะเลยครับ





อีกประเด็นคือ ครูเห็นว่า กิจกรรมการจัดการเรียนการสอนบ้านวิทยาศาสตร์น้อยนั้น เป็นพื้นฐานสำคัญที่จะต่อยอดเป็นการเรียนรู้แบบ STEM ในระดับประถมต่อไป ซึ่งตอนนี้ทาง เทศบาลกำลังขับเคลื่อนเรื่องนี้อย่างจริงจัง

นอกจากนี้ ผอ.ดารุณี เดชยศดี ท่านกำลังใช้กระบวนวิธีต่างๆ ที่จะทำให้ชุมชนได้เห็นผลงาน และใช้การมีส่วนร่วมของผู้ปกครองในการเรียนการสอน ทั้งเพื่อร่วมพัฒนาและเพื่อประชาสัมพันธ์ผลงานของโรงเรียนและเทศบาลให้ได้รับรู้  ... ผมเชื่อว่า หากทำอย่างต่อเนื่อง จำนวนนักเรียนจะเพิ่มขึ้นแน่นอนครับ ....

 


ผมทราบว่า ทางโรงเรียนเทศบาลบ้านค้อ กำลังขับเคลื่อนปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง  ขอสนับสนุนเต็มที่ครับ เพราะหากทำได้อย่างถูกวิธี  PLC ทุกอย่างที่เรากล่าวมา จะมารวมกันลงตรง "รอยเท้าช้าง" ก็คือ  อุปนิสัย "พอเพียง" ของเด็กๆ นั่นเองครับ 

วันเสาร์ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2559

ขับเคลื่อน PLC เทศบาลเมืองมหาสารคาม _๔๑ : PLC เทศบาลบ้านวิทย์น้อย ร.ร. เทศบาลสามัคคีวิทยา

วันที่ ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๘ CADL เข้าพื้นที่โรงเรียนเทศบาลสามัคคี ไปร่วมวง PLC เทศบาลบ้านวิทย์น้อย กับคณะครูระดับปฐมวัยจากทั้ง ๗ โรงเรียนในสังกัดเทศบาลเมืองมหาสารคาม เยี่ยมชมการทำการทดลองบ้านวิทยาศาสตร์น้อย ของโรงเรียนเทศบาลสามัคคี  ครั้งนี้พิเศษตรงที่ ผมได้เชิญ ผศ.ดร.อุฤทธิ์ เจริญอินทร์  นักฟิสิกส์รุ่นใหม่ไฟแรง ไปคุยกับครูและเด็กปฐมวัย เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้เด็กๆ และอยากฟังความเห็นของนักวิทยาศาสตร์ตัวจริง เกี่ยวกับกระบวนการปลูกฝังจิตวิทยาศาสตร์ที่เรากำลังขับเคลื่อน



กิจกรรมการทดลองบ้านวิทยาศาสตร์น้อยของโรงเรียนเทศบาลสามัคคี ใช้วีธีจำลองเป็นเหมือน "ฐานการเรียนรู้" ขึ้นในแต่ละห้องเรียน แล้วให้นักเรียน แล้วให้นักเรียนเวียนเข้าไปทำการทดลอง  ซึ่งจัดกระบวนการแบบเต็มวัน ในวันถัดมา (๒๘ พ.ย. ๕๙) ... เสียดาย ที่ผมไม่อาจไปร่วมงานได้ ...

การเยี่ยมการทดลองที่บ้านวิทยาศาสตร์น้อย ที่โรงเรียนเทศบาลสามัคคี มีประเด็นใหม่ ที่ควรนำมาบันทึกไว้ให้นำไปพิจารณา ๒ ประเด็น ได้แก่  ๑) บทบาทของครูกัลยาณมิตรผู้มาเยี่ยม และ ๒) กิจกรรมนั้นเป็นงานประดิษฐ์หรือเป็นการทดลองบ้านวิทยาศาสตร์น้อย

บทบาทของเพื่อนครูผู้มาเยือน

บทบาทของผู้มาเยือนที่คุ้นเคยหรือเคยเห็นกันทั่วไป คือ การเข้าไปสังเกตการณ์การสอนแบบที่ผู้เชี่ยวชาญเข้าไปนิเทศเพื่อนครูหรือ เหมือนที่ครูเข้าไปนิเทศนิสิตฝึกสอน ลักษณะการนิเทศแบบนี้ ครูจะจัดโต๊ะเก้าอี้เตรียมให้ผู้มาเยี่ยมเข้าไปนั่งสังเกตและประเมินด้วยเครื่องมือนิเทศต่างๆ

อีกบทบาทหนึ่ง ผู้มาเยือนเป็นเหมือนเพื่อน เป็นกัลยาณมิตรร่วมสอน หรือเข้าไปนั่งสังเกตจดบันทึกสิ่งที่เห็นเพื่อสะท้อนให้ผู้สอนได้พิจารณาว่า บรรยายกาศหรือการตอบสนองของนักเรียนเป็นอย่างไร ซึ่งจะส่งผลให้การพัฒนาการเรียนรู้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

บทบาทของ "ชุมชนเรียนรู้ครูเพื่อศิษย์" หรือที่เราเรียกว่า PLC ควรจะเป็นแบบอย่างหลัง คือ ครูผู้มาเยือน เข้าไปฟัง สังเกต และเรียนรู้จากครูผู้สอนเจ้าของห้องเรียน และสะท้อน (Reflection) หรือป้อนกลับ (Feedback) ข้อสังเกตหรือสิ่งที่จะเป็นประโยชน์ให้ครูผู้สอนใช้ในการปรับปรุงการสอนต่อไป

ดังนั้น ในเบื้องต้น ครูผู้มาเยือน ควรจะมีบทบาทเป็นผู้สังเกต โดยไม่ต้องมีการประเมินตัดสินใดๆ แค่เพียงสังเกต บันทึก แลกเปลี่ยนด้วยความหวังดี เอาใจช่วย เชียร์  และเมื่อสังเกตพบว่า บรรยายกาศเป็นไปอย่างไม่เป็นธรรมชาติ เกร็ง เครียด ประหม่า เป็นเวลานาน  ครูผู้มาเยือนควรจะเปลี่ยนบทบาทเป็นเพื่อนร่วมสอนทันที เพื่อแลกเปลี่ยนวิธีการที่ได้ผลของตนเองบ้าง  และเมื่อบรรยายกาศดีขึ้น ค่อยคืนบทบาทให้ครู กลับมาเป็นผู้สังเกตตามเดิม








งานประดิษฐ์หรือการทดลองบ้านวิทย์น้อย

กิจกรรมฐานการเรียนรู้ที่ครูเทศบาลสามัคคีพาเด็กๆ ทำ ส่วนใหญ่ก็คล้ายกับการทอลองของโรงเรียนที่ผ่านมา เช่น ลูกข่างหลากสี ความลับของสีดำ สีเต้นระบำ การละลายของน้ำตาล ฯลฯ  แต่มีฐานการเรียนรู้หนึ่งที่เป็นกิจกรรมทำ "ผีเสื้อ" โดยใช้สีน้ำจากหลอดไปประทับบนกระดาษ ก่อนจะพับ และจับตัดคลี่ให้กลายเป็นเหมือนผีเสื้อกำลังบิน  ซึ่งกิจกรรมนี้ไม่มีในการทดลองของบ้านวิทยาศาสตร์น้อยที่แปลมาจากต้นฉบับที่เป็นภาษาเยอรมัน

คำถามนี้  กิจกรรมงานประดิษฐ์ งานศิลปะ หรืองานคหกรรม สามารถนำมาทำเป็นกิจกรรมส่งเสริมหรือปลูกฝังจิตวิทยาศาสตร์ เหมือนการทดลองของโครงการบ้านวิทย์น้อยได้หรือไม่

คำตอบ คือ ต้องพิจารณาว่า กิจกรรมนั้น ทำให้นักเรียนได้ฝึกทักษะทางวิทยาศาสตร์ตามกระบวนการ ๖ ขั้นตอนที่เรากล่าวถึงหรือไม่  มีการ

  • ทำให้สงสัย
  • ชวนให้คิดหาคำตอบ
  • พาตรวจสอบคำตอบนั้น
  • ให้แบ่งเปันอธิบาย
  • ให้ระบายบันทึก
  • ให้ฝึกสรุปผล
หรือไม่?  ถ้าใช่ ก็ไม่มีปัญหาอะไร สามารถสร้างกิจกรรมหรือการทดลองใหม่ๆ ได้อยู่แล้ว 





  
ขอบคุณ ผอ.พัชรี และคุณครูโรงเรียนสามัคคีทุกท่านครับ ได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดีเช่นเคยครับ